Search
Close this search box.

กระทรวงการคลังเสนอแก้ปัญหาเอทานอลล้นตลาด เตรียมส่งเสริมนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่น

share to:

Facebook
Twitter

กระทรวงการคลังเสนอแก้ปัญหาเอทานอลล้นตลาด เตรียมส่งเสริมนำไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่น เช่น นำไปเป็นวัตถุดิบในการผลิตเม็ดพลาสติก

สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแพร่รายงานว่า คณะรัฐมนตรี(ครม.) รับทราบแนวทางส่งเสริมการนำเอทานอลไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่นนอกเหนือจากการเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพและการผลิตสุรา ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อแก้ปัญหาเอทานอลล้นตลาด ซึ่งมีผลต่อพืชเกษตรที่นำมาผลิตเอทานอล เช่น กากน้ำตาล (อ้อย) และมันสำปะหลัง และยังเป็นส่วนหนึ่งของแนวทางการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG ช่วยกระตุ้นการลงทุนของภาคเอกชนและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสำหรับผู้ผลิตเอทานอล ในประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพรองรับเป้าหมายการเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี พ.ศ. 2593 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี พ.ศ. 2608

สำหรับเอทานอล (Ethanol) คือผลผลิตจากพืชชนิดแป้งและน้ำตาล รวมถึงวัสดุเหลือใช้จากอุตสาหกรรมเกษตร โดยผ่านกระบวนการหมักเพื่อใช้เป็นส่วนผสมในน้ำมันเชื้อเพลิง เช่น การผสมเอทานอลในน้ำมันเบนซินในกลุ่มน้ำมัน แก๊สโซฮอล์ 91 แก๊สโซฮอล์ 95 E20 และ E85 อีกทั้งนำไปใช้ในอุตสาหกรรม อาหาร เครื่องดื่ม และยา เป็นต้น ปัจจุบันกำลังการผลิตเอทานอลของไทย มีอยู่ทั้งสิ้นประมาณ 3,123 ล้านลิตร แต่ความต้องการใช้อยู่ที่ 1,583 ล้านลิตรต่อปี ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ในการผลิตเชื้อเพลิงประมาณ 1,483 ล้านลิตร

จากสถานการณ์ปัจจุบันจะเห็นว่ายังมีตัวเลขกำลังการผลิตส่วนเกินจำนวนมาก ประกอบกับประเทศไทยผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยียานยนต์ไปสู่การใช้พลังงานไฟฟ้ามากขึ้น ทำให้แนวโน้มการใช้พลังงานจากน้ำมันเชื้อเพลิงลดลง ซึ่งจะทำให้การใช้เอทานอลในอนาคตลดลงไปด้วย หากไม่มีการวางแนวทางการแก้ปัญหาไว้ล่วงหน้าอาจกระทบกับผู้ประกอบการและเกษตรกรผู้ปลูกพืชเกษตร ที่เข้าสู่กระบวนการผลิตเอทานอล

สำหรับการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจ BCG Model รัฐบาลจึงตระหนักถึงการปรับตัวและการพัฒนาอุตสาหกรรมเอทานอลให้เกิดความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อาทิ นำเอทานอลเป็นวัตถุดิบในการผลิตเม็ดพลาสติก (อุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ) ซึ่งสามารถช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้ในปริมาณมาก

อีกทั้งจะช่วยส่งเสริมให้มีการใช้เอทานอลอย่างต่อเนื่อง ประมาณ 450 ล้านลิตรต่อปี จึงเป็นโอกาสที่เหมาะสมในการสนับสนุนการลงทุนดังกล่าว โดยมีแนวทางส่งเสริมการนำเอทานอลไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่น เช่น การจัดทำมาตรฐานการผลิตเอทานอล , การจัดทำความตกลงร่วมกันระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้ , การแต่งตั้งคณะกรรมการ เพื่อกำหนดปริมาณการซื้อขาย , การสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพเกษตรกรและผู้ผลิตเอทานอลในประเทศ ให้ผลิตเอทานอลที่มีคุณภาพและมาตรฐาน , การออกกฎหมายและแก้ไขกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง

ซึ่งแนวทางดังกล่าว จะเป็นการส่งเสริมการปรับตัว และพัฒนาอุตสาหกรรมเอทานอลให้เกิดความยั่งยืน จะช่วยส่งเสริมให้มีการใช้เอทานอลอย่างต่อเนื่อง และยังสามารถช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้ในปริมาณมากด้วย หากประเทศไทยสามารถปรับกระบวนการผลิตเป็นพลาสติกชีวภาพได้ทั้งหมด 5 ล้านตัน จะช่วยสนับสนุนความต้องการเอทานอลมากกว่า 10,000 ล้านลิตร/ปี ทำให้เกษตรกรและผู้ผลิตมีความมั่นใจในการลงทุนพัฒนาคุณภาพเอทานอลในประเทศให้มีมาตรฐานระดับสากล และส่งเสริมโมเดลเศรษฐกิจ BCG อย่างแท้จริง

 

 

ที่มาภาพ/ข้อมูล : https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG230615100620040