Search
Close this search box.

ครม.รับทราบแนวทางการส่งเสริมการนำเอทานอลไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่น นอกจากเชื้อเพลิงชีวภาพและการผลิตสุรา

share to:

Facebook
Twitter

นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงมติคณะรัฐมนตรี รับทราบแนวทางการดำเนินการเพื่อส่งเสริมการนำเอทานอลไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่นนอกเหนือ จากการเป็นเชื้อเพลิงชีวภาพและการผลิตสุรา โดยมุ่งเน้นอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ ว่า กำหนดให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นหน่วยงานหลัก จัดทำมาตรฐานทางเทคนิค การพัฒนาบุคลากร ให้สามารถเป็นผู้ตรวจประเมินตามมาตรฐานของการผลิตเอทานอลได้ ให้มีการจัดทำ MOU ร่วมกันระหว่างผู้ผลิตเอทานอลและผู้ใช้เอทานอล เพื่อเป็นกลไก การจัดซื้อและจัดหาเอทานอลล่วงหน้าให้เพียงพอต่อความต้องการ การแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อกำหนดปริมาณการซื้อขายเอทานอลจากผู้ผลิตในประเทศล่วงหน้าและกำหนดปริมาณการนำเข้าเอทานอล การพัฒนาศักยภาพเกษตรกรและผู้ผลิตเอทานอลในประเทศ ให้สามารถผลิตเอทานอลที่มีคุณภาพและมาตรฐาน การออกกฎหมายและแก้ไขกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง เช่น การอนุญาตให้ผู้รับใบอนุญาต ผลิตสุรากลั่นชนิดเอทานอลสามารถนำเอทานอลไปจำหน่ายให้กับอุตสาหกรรมอื่น เป็นต้น

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีกำลังการผลิตเอทานอลอยู่ที่ 3,123 ล้านลิตร/ปี ขณะที่ความต้องการใช้เอทานอลอยู่ที่ 1,583 ล้านลิตร แบ่งเป๊นเพื่อใช้ในประเทศ 1,579 ล้านลิตร และเพื่อส่งออก 4 ล้านลิตร ซึ่งการผลิตในปัจจุบันยังไม่เต็มกำลัง ประกอบกับรัฐบาลมีนโยบายขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจ BCG Model ดังนั้น แนวทางดังกล่าว จะเป็นการส่งเสริมการปรับตัวและพัฒนาอุตสาหกรรมเอทานอลให้เกิดความยั่งยืน เช่น การใช้เทคโนโลยีเพื่อนำเอทานอล เป็นวัตถุดิบในการผลิตเม็ดพลาสติก ในอุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้มีการใช้เอทานอลอย่างต่อเนื่องและยังสามารถช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้ในปริมาณมากด้วย

ที่มาภาพ / ข้อมูล : https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG230613144935451