โครงการ Thai Rice NAMA ยกระดับความช่วยเหลือปี 65 ให้เงินอุดหนุน 50% ‘คนละครึ่ง’ สำหรับชาวนาและผู้ประกอบการ

โครงการ Thai Rice NAMA ยกระดับความช่วยเหลือปี 65 ให้เงินอุดหนุน 50% ‘คนละครึ่ง’ สำหรับชาวนาและผู้ประกอบการที่สนใจเพื่อการทำนาวิถีใหม่ลดโลกร้อน โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดภาวะโลกร้อนจากการทำนาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ ‘ไทย ไรซ์ นามา’ เปิดตัวมาตรการยกระดับความช่วยเหลือโดยเพิ่มมาตรการสนับสนุนด้านการเงิน “คน-ละ-ครึ่ง” เพื่อผลักดันเทคโนโลยีเพิ่มผลผลิตข้าวและส่งเสริมการทำนาวิถีใหม่เพื่อลดโลกร้อน นายณัฎฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว ในฐานะกรรมการและเลขานุการคณะกรรมการโครงการ ไทย ไรซ์ นามา กล่าวว่ามาตรการความช่วยเหลือทางการเงินชุดล่าสุดนี้ ถูกออกแบบมาสำหรับชาวนาและผู้ให้บริการทางการเกษตรในพื้นที่ดำเนินโครงการ 6 จังหวัด ได้แก่ ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และสุพรรณบุรี โดยแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ มาตรการสนับสนุนควบคู่ หรือแพ็กเกจ 1 สำหรับชาวนาที่สนใจเข้าร่วมโครงการสามารถเลือกสมัคร หากได้รับการอนุมัติ จะได้รับเงินอุดหนุน 50% พร้อมกับเงินทุนหมุนเวียนอีก 50% รวมสูงสุด 2,000 บาทต่อไร่ โปร 2 สำหรับผู้ให้บริการทางการเกษตรเพื่อจัดซื้อชุดอุปกรณ์ปรับหน้าดินด้วยระบบเลเซอร์ (Laser […]
นายกฯ ยินดีเยอรมนีชู “ไทย ไรซ์ นามา” เป็นต้นแบบการทำนาลดโลกร้อนที่ยั่งยืน

นายกฯ ยินดีเยอรมนีชู “ไทย ไรซ์ นามา” เป็นต้นแบบการทำนาลดโลกร้อนที่ยั่งยืน ผลักดันการพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต เพิ่มรายได้เกษตรกร และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยเทคโนโลยี 4 ป. นายกรัฐมนตรียินดีที่ไทยและเยอรมนีร่วมกันผลักดันโครงการการทำนาลดโลกร้อน พร้อมชู “ไทย ไรซ์ นามา” ต่อยอดความร่วมมือเพื่อพัฒนากระบวนการผลิตที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ เพิ่มผลผลิตและรายได้อย่างยั่งยืน รวมทั้งสร้างภูมิคุ้มกันและวางแนวทางเกษตรกรชาวนายุคใหม่ให้สามารถปรับตัวตามสภาพแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ หวังบรรลุเจตนารมณ์ของรัฐบาลไทยจากเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนและเป้าหมายการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในอนาคต ตามแนวทางลดผลกระทบด้านการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศอันเป็นวาระสำคัญของประชาคมโลก โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและลดภาวะโลกร้อนจากการทำนาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน หรือ ไทย ไรซ์ นามา (Thai Rice NAMA) เกิดจากความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐของไทย ร่วมกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (GIZ) และได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก NAMA Facility เพื่อแก้ไขปัญหาความเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศจากรูปแบบการทำนาดั้งเดิมที่สามารถปล่อยก๊าซเรือนกระจกสูงถึง 55% ของภาคเกษตรกรรมทั้งหมดในไทยและมากเป็นอันดับ 4 ของโลก อีกทั้งการขังน้ำในนาข้าวทำให้เกิดการปล่อยก๊าซมีเทนที่ก่อให้เกิดภาวะโลกร้อนมากกว่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ถึง 28 เท่า จึงเป็นความท้าทายของทุกภาคส่วนในการหาแนวป้องกันและผลักดันการแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมของไทยให้เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น ผ่านนโยบายการสนับสนุนทางการเงินเพื่อสร้างแรงจูงใจในการเปลี่ยนรูปแบบการทำนา อีกทั้งถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการทำนาสมัยใหม่ด้วยเทคโนโลยี 4 ป. คือ 1. ปรับระดับพื้นที่นาด้วยระบบเลเซอร์ (Laser Land Leveling -LLL) […]
คุยนอกเวลากับอนุชา บูรพชัยศรี : Soft Power

คุยนอกเวลากับอนุชา บูรพชัยศรี : Soft Power (ตอนที่1) soft power คืออะไร คุยนอกเวลากับอนุชา บูรพชัยศรี : นโยบาย Soft Power ของไทย (ตอนที่ 2)
สปสช. บรรจุ 3 ยาแผนไทยสูตรผสมกัญชา เพิ่มในสิทธิบัตรทอง ใช้รักษาผู้ป่วยอัมพาต – แก้ลมในเส้น – มือเท้าชา

คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) เห็นชอบเพิ่มยาแผนไทยที่มีส่วนผสมกัญชาในบัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร จำนวน 3 รายการ ให้ครอบคลุมผู้ใช้สิทธิประโยชน์หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 1.ยาแก้ลมแก้เส้น ช่วยให้นอนหลับ เจริญอาหาร 2.ยาศุขไสยาศน์ แก้ลมเปลี่ยวดำ เป็นยาเสริมในการฟื้นฟูอัมพฤกษ์ อัมพาต 3.ยาทำลายพระสุเมรุ แก้ลมในเส้น บรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ ที่มีอาการมือเท้าชา การบรรจุยาแผนไทยที่มีส่วนผสมของกัญชานี้ เป็นการเพิ่มเติมจากที่ สปสช. บรรจุน้ำมันกัญชาและสารสกัดกัญชาเพื่อดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็ง ไมเกรน พาร์กินสัน และผู้ป่วยลมชัก เป็นสิทธิประโยชน์ก่อนหน้า เป็นการขยายการดูแลเพื่อให้ผู้ป่วยบัตรทองเข้าถึงการรักษา ครอบคลุมยารักษาโรคที่จำเป็นเพิ่มมากขึ้น โดยกำหนดให้เบิกจ่ายตามผลงานรายบริการ (Feeschedule) ภายใต้บริการการแพทย์แผนไทย คาดว่าจะใช้เงินเพิ่มเติม 3,706,346 บาท ซึ่งยังอยู่ในวงเงินที่ตั้งไว้ และยังเป็นการเพิ่มการเข้าถึงยากัญชาตามนโยบายรัฐบาล ที่มาข้อมูล : https://www.facebook.com/photo.php?fbid=373347608161310&set=a.271137621715643&type=3
เกษตรฯ – พาณิชย์ ผนึกทีมไทยแลนด์โปรโมตผลไม้ไทยทั่วโลก ตั้งเป้ายอดส่งออก 2.8 แสนล้านบาท

รัฐบาลเดินหน้าโปรโมตผลไม้ไทยในตลาดต่างประเทศต่อเนื่อง ตั้งแต่เริ่มฤดูกาลผลไม้ปีนี้เพื่อเพิ่มการส่งออกในตลาดหลักและขยายตลาดใหม่ เช่น จีน ญี่ปุ่น อินโดนีเซีย ออสเตรเลีย อิตาลี เบลเยียม รัสเซีย ฯลฯ โดยตั้งเป้าหมายการส่งออกผลไม้ไทยทั้งแบบสด แช่แข็ง แห้ง และแปรรูป ในปี 2565 กว่า 280,000 ล้านบาท ที่มาข้อมูล : https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/54597
เตรียมพร้อมการเป็นเจ้าภาพการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค ระหว่างวันที่ 19-22 พฤษภาคม 2565

กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เตรียมพร้อมการเป็นเจ้าภาพการประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปค ระหว่างวันที่ 19-22 พฤษภาคม 2565 ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ฯ เพื่อเป็นเวทีขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยจัดสัมมนาระดมสมองการขับเคลื่อนการจัดทำเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก (FTA-AP) และจัดงานเสวนา APEC BCG Symposium 2022 เพื่อแลกเปลี่ยนแนวคิดการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ข้อมูลเพิ่มเติม : https://apecmrt2022.dtn.go.th/th/page/item/index/id/21 ที่มาข้อมูล : https://www.facebook.com/photo.php?fbid=152759267265524&set=a.127253289816122&type=3
นายกรัฐมนตรีชื่นชมชุมชนต้นแบบ Smart Farming ยกระดับการผลิตภาคการเกษตรของไทย ต้นแบบความร่วมมือภาครัฐ เอกชน ประชาชน ร่วมขับเคลื่อนนวัตกรรมและเทคโนโลยีการเกษตรแบบครบวงจร

วันที่ 9 พ.ค. 2565 เวลา 09.00 น. พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พร้อมด้วย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และคณะ เยี่ยมชมคูโบต้าฟาร์ม ต.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี พร้อมรับฟังบรรยายสรุปและหารือแนวทางการพัฒนาการเกษตรของไทยไปสู่การเกษตรแบบ Smart Farming ณ ห้องประชุมอาคารเกษตรวิวัฒน์ คูโบต้าฟาร์ม นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สรุปสาระสำคัญดังนี้ นายกรัฐมนตรีรับฟังแนวทางการพัฒนาเกษตรสมัยใหม่และชุมชนต้นแบบ Smart Farming ที่ประสบความสำเร็จ ดังนี้ 1) วิสาหกิจชุมชนศูนย์ส่งเสริมและผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวชุมชนตำบลผักไหม อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ เรื่อง “ลด (ต้นทุน) ละ (การหว่าน) เลิก (การเผา)” นำเสนอโดย นายไพฑูรย์ […]
“ไทย” ติด Top 4 จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวที่น่าเดินทางไปเยือนมากที่สุดในโลก

กระทรวงวัฒนธรรม เผยข่าวดีล่าสุดถึงผลสำรวจเกี่ยวกับแผนการท่องเที่ยวระดับโลกของวีซ่า (Visa Global Travel Intentions Study) พบว่า ประเทศไทยได้รับการจัดอันดับให้เป็นจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวลำดับ 4 ที่น่าเดินทางไปเยือนมากที่สุดในโลก เมื่อมีการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวหลังสถานการณ์โควิด-19 (สหรัฐอเมริกา ลำดับ 1/ สหราชอาณาจักร ลำดับ 2/ อินเดีย ลำดับ 3) เมืองท่องเที่ยวยอดนิยมในไทยที่นักท่องเที่ยวค้นหาข้อมูลผ่านออนไลน์มากที่สุด คือ กรุงเทพฯ ภูเก็ต เชียงใหม่ และ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ สำหรับกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวสนใจมากที่สุด คือ นวดแผนไทย รับประทานอาหารไทยในคาเฟ่ – ร้านอาหาร การใช้เวลาพักผ่อนในรีสอร์ต และการเปิดประสบการณ์ด้านวัฒนธรรมไทย เช่น การเยี่ยมชมวัดไทย ที่มาข้อมูล : https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/54345
เชิญร่วมตอบแบบสอบถาม ผลักดันสร้างการรับรู้ “นโยบายโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG”

สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ในฐานะเลขาคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมตอบแบบสอบถามการรับรู้ต่อการประชาสัมพันธ์ “นโยบายโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG” ของผู้มีส่วนได้เสียและผู้รับบริการ สำหรับนำไปใช้ปรับปรุงการประชาสัมพันธ์ให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนโมเดลเศรษฐกิจใหม่ BCG ไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด เกิดกระจายโอกาส สร้างรายได้และความมั่งคั่งสู่ท้องถิ่นอย่างทั่วถึง ตอบแบบสอบถามออนไลน์ได้ที่ : https://bit.ly/BCG-survey ระยะเวลา : ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2565 สอบถามเพิ่มเติม : ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โทร. 0-2564-7000
อ้ายแคนบอกข่าว กระแสมิลลิกินข้าวเหนียวมะม่วง ช่วยชาวสวนมะม่วงและเกษตรกรผู้ปลูกข้าว

อ้ายแคนบอกข่าว 🗣 กระแสมิลลิกินข้าวเหนียวมะม่วง ช่วยชาวสวนมะม่วงและเกษตรกรผู้ปลูกข้าว – รับฟังรับชมอ้ายแคนบอกข่าวในรายการสี่แยกข่าว สปข.2 เวลาดีสี่โมงเย็นทาง สวท.ภูมิภาค, เพจสำนักประชาสัมพันธ์เขต 2 และเพจอ้ายแคนบอกข่าว ที่มาข้อมูล : https://www.facebook.com/IcanTHAILAND4.0ByPRD2/videos/504797297847771/