ไทย 2569: พลิกโฉมสู่การเป็น “ศูนย์กลางเศรษฐกิจอาเซียน” และเสาหลักแห่งความมั่งคั่งที่ยั่งยืน

share to:

Facebook
Twitter

ไทย 2569: พลิกโฉมสู่การเป็น “ศูนย์กลางเศรษฐกิจอาเซียน” และเสาหลักแห่งความมั่งคั่งที่ยั่งยืน

ท่ามกลางบริบทโลกที่เต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง ประเทศไทยได้ก้าวเข้าสู่ปี 2569 ด้วยความเชื่อมั่นที่แข็งแกร่งกว่าเดิม ผ่านการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ “Resilience & Growth” ที่มุ่งเน้นการสร้างเสถียรภาพควบคู่ไปกับการเปิดรับโอกาสใหม่ในระดับสากล จนได้รับการยอมรับให้เป็น “หัวใจทางเศรษฐกิจของอาเซียน” (The Strategic Gateway of ASEAN)

 

1. เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่: ยุคทองของ EV และ AI
ในปี 2569 ประเทศไทยประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรมในการผลักดัน นโยบาย 30@30 (ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าให้ได้ 30% ในปี 2030) โดยปัจจุบันไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV Hub) ที่ครบวงจรที่สุดในภูมิภาค ไม่ว่าจะเป็นโรงงานผลิตแบตเตอรี่ ศูนย์วิจัยและพัฒนา ไปจนถึงเครือข่ายสถานีชาร์จที่ครอบคลุม

นอกจากนี้ การประกาศใช้ Cloud First Policy ยังส่งผลให้ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีเลือกไทยเป็นฐานตั้ง Data Center และ Cloud Region ขนาดใหญ่ ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างรายได้เข้าประเทศ แต่ยังเป็นการเตรียมความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล เพื่อรองรับการนำ AI มาใช้ยกระดับภาคการผลิตและภาคบริการไทยให้ก้าวสู่ระดับโลก

 

2. ป้อมปราการทางการเงิน: เสถียรภาพที่โลกยอมรับ
ความโดดเด่นของเศรษฐกิจไทยในปีนี้คือ “ความแกร่งของพื้นฐานทางการเงิน” แม้เศรษฐกิจโลกจะเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อที่ผันผวน แต่ประเทศไทยยังคงรักษาเสถียรภาพได้อย่างมั่นคง:

  • วินัยทางการคลัง: การบริหารจัดการหนี้สาธารณะอย่างมีประสิทธิภาพภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่รัดกุม ทำให้สถาบันการเงินระดับโลกยังคงรักษาอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ของไทยไว้ในระดับที่น่าเชื่อถือ
  • ค่าเงินบาทที่มีประสิทธิภาพ: ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ใช้เครื่องมือทางการเงินที่ทันสมัยในการดูแลค่าเงินบาทให้มีความยืดหยุ่นและสมดุล ส่งผลให้ภาคการส่งออกและการท่องเที่ยวสามารถแข่งขันได้ในตลาดโลกอย่างต่อเนื่อง

 

3. โครงสร้างพื้นฐานระดับเวิลด์คลาส: ประตูเชื่อมสองมหาสมุทร
กุญแจสำคัญที่ทำให้ไทยเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่ “โลกขาดไม่ได้” คือความคืบหน้าของโครงการ Land Bridge และ EEC เฟสใหม่ ซึ่งเป็นการเชื่อมโยงเส้นทางเดินเรือระหว่างมหาสมุทรอินเดียและแปซิฟิกอย่างไร้รอยต่อ โครงการเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงการก่อสร้างถนนหรือท่าเรือ แต่คือการสร้าง “ระเบียงเศรษฐกิจ” ที่ดึงดูดการลงทุนในอุตสาหกรรมต้นน้ำและปลายน้ำ ทำให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของเอเชีย

4. เศรษฐกิจสีเขียวและการเติบโตที่ทั่วถึง (Inclusive & Green Growth)
ก้าวสำคัญในปี 2569 คือการผนวก BCG Model (Bio-Circular-Green Economy) เข้ากับทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจ รัฐบาลส่งเสริมให้ SMEs เข้าถึงเทคโนโลยีสีเขียวเพื่อลดการปล่อยคาร์บอน สอดรับกับมาตรการทางการค้าสากล (เช่น CBAM) ทำให้สินค้าไทยมีแต้มต่อในตลาดโลก ขณะเดียวกัน การเติบโตนี้ยังกระจายไปยังเศรษฐกิจฐานรากผ่านการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์และการเกษตรมูลค่าสูง

 

บทสรุป: มุ่งสู่อนาคตด้วยความมั่นคง
บทพิสูจน์ความสำเร็จในเดือนมกราคม 2569 นี้ คือการที่ประเทศไทยสามารถยืนหยัดอย่างสง่างามในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจอาเซียน เราไม่ได้มีเพียงแค่ตัวเลขการเติบโตของ GDP แต่เรามีความแข็งแกร่งทางเสถียรภาพ ความพร้อมทางการแข่งขัน และความยั่งยืนที่พร้อมจะขับเคลื่อนให้ประเทศก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง

 

ข้อมูลอ้างอิงประกอบบทความ:

  • รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)
  • สถิติการส่งเสริมการลงทุน โดยสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)
  • รายงานนโยบายการเงินและเสถียรภาพระบบการเงิน โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
  • แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

 

 

ที่มาภาพ/ข้อมูล : https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/31/iid/462732