MYCOBIOMICS (หน่วยงานร่วมเพื่อใช้ประโยชน์จากมายโคไบโอตาของเอเชีย แอฟริกาและยุโรปโดยใช้เทคนิคโอมิกส์) คือเครือข่ายระหว่างประเทศและโครงการแลกเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ ซึ่งได้รับทุนวิจัยสนับสนุนจากคณะกรรมาธิการยุโรปภายใต้โครงงาน H2020-MSCA-RISE โครงการนี้ให้ความสำคัญกับเห็ดราวิทยาพื้นฐานและเชิงประยุกต์เพื่อสำรวจค้นหาสารเมแทบอไลต์ทุติยภูมิที่มีประโยชน์ในการพัฒนาเป็นยาปฏิชีวนะและทางเลือกในการใช้สารเคมีที่เป็นมิตรกับระบบนิเวศ MYCOBIOMICS ดำเนินการสำรวจค้นหาเห็ดรา 2 ชนิดที่มีลักษณะเฉพาะซึ่งมีความสำคัญในระบบเกษตรกรรมทั่วโลก อันได้แก่ Fusarium spp. และ Trichoderma spp. โครงการความร่วมมือในครั้งนี้ประกอบด้วยองค์กรชั้นนำ 8 แห่งในยุโรป แอฟริกาและเอเชียโดยใช้แนวทางเสริมในสาขาเคมีและวิศวกรรมเพื่อศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของเห็ดรา นิเวศวิทยาและการประยุกต์เทคโนโลยีชีวภาพ BIOTEC-NSTDA คือหนึ่งในสมาชิกของโครงการความร่วมมือในครั้งนี้ สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชมที่เว็บไซต์ https://cordis.europa.eu/project/id/101008129

Train-the-Trainer Program โครงการฝึกอบรมวิทยากรภายใต้กรอบความร่วมมือล้านช้าง – แม่โขง เพื่อเพิ่มกำลังการผลิตและยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนด้วยการพัฒนาห่วงโซ่คุณค่าของการเพาะปลูกและประยุกต์มันสำปะหลัง: มันเส้นสะอาด แป้งดิบ แป้งดัดแปร การผลิตเอทานอลและก๊าซชีวภาพ มีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีจากประเทศไทยสู่ประเทศอื่นๆ ในอนุภูมิภาคล้านช้าง – แม่โขงในทุกขั้นตอนของห่วงโซ่คุณค่ามันสำปะหลัง ไม่ว่าจะเป็นการเพาะปลูก การแปรรูปและการจัดการของเสีย โครงการฝึกอบรมครอบคลุมแนวทางการปฏิบัติที่ดีในการเพาะปลูกมันสำปะหลังและการควบคุมโรค กระบวนการผลิตและบริหารจัดการแป้งมันสำปะหลังอย่างมีประสิทธิภาพ การผลิตไบโอเอทานอล การจัดการของเสียและการใช้ประโยชน์ โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนโดยกองทุนพิเศษความร่วมมือล้านช้าง – แม่โขง สาระสำคัญของโครงการ สามารถเข้าไปดูที่ https://youtu.be/yuKrmwVJEnE

การพัฒนาดัชนีจุลินทรีย์เพื่อการประเมินสถานภาพของระบบนิเวศในลุ่มน้ำล้านช้าง – แม่โขงด้วยวิธีทางอณูชีววิทยาและดีเอ็นเอบาร์โค้ด (แม่โขงดีเอ็นเอ) มีวัตถุประสงค์เพื่อนำวิธีการเมตาจีโนมิกส์และดีเอ็นเอบาร์โค้ดมาใช้การพัฒนาดัชนีจุลินทรีย์เพื่อติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำบริเวณลุ่มน้ำล้านช้าง – แม่โขงอย่างมีประสิทธิภาพ โดยวิธีการเมตาจีโนมิกส์และดีเอ็นเอบาร์โค้ดถูกนำมาใช้ในการประเมินความหลากหลายและความชุกชุมของจุลินทรีย์ทั้งหมดหรือไมโครไบโอมที่มีอยู่ในตัวอย่างน้ำจากพื้นที่ 3 ส่วนหลักของลุ่มน้ำแม่โขง-ล้านช้าง อันได้แก่ตอนบนของแม่น้ำที่อยู่ในประเทศจีน ตอนกลางของแม่น้ำที่ไหลผ่านประเทศไทยและตอนปลายของแม่น้ำที่ไหลลงทะเลจีนใต้ที่ประเทศเวียดนาม ข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์ไมโครไบโอมจะถูกนำมาบูรณาการเพิ่มเติมกับข้อมูลด้านกายภาพและเคมีเพื่อวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงเชิงพื้นที่และฤดูกาลของความ หลากหลายและความชุกชุมของจุลินทรีย์ในแม่น้ำและเพื่อพัฒนาดัชนีชีวภาพในการบ่งชี้คุณภาพน้ำในแม่น้ำซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน การออกแบบนโยบาย และการกำหนดนโยบายเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ สาระสำคัญของโครงการสามารถเข้าไปดูที่ https://youtu.be/0o5hfpBfc40

IRRIGATION4.0 (การเสริมสร้างเทคโนโลยีเกษตรกรรม 4.0 ภายใต้ความร่วมมือไทย เมียนมาร์และเยอรมนี: การพัฒนาแพลตฟอร์มการให้น้ำตามความต้องการของพืช) คือโครงการความร่วมมือที่ดำเนินการโดยคณะนักวิจัยจากศูนย์อิเล็กทรอนิคและคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (NECTEC) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (NSTDA) ประเทศไทย ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยคอมพิวเตอร์ศึกษาย่างกุ้งของประเทศเมียนมาร์และสถาบัน Forschungszentrum Jülich (FZJ) ของประเทศเยอรมนี โครงการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับปรุงความชื้นในดินและพัฒนาระบบการจัดตารางการให้น้ำตามการคายระเหยน้ำในแพลตฟอร์มเครือข่ายเซ็นเซอร์ไร้สายโดยใช้ข้อมูลความละเอียดด้านเวลาขั้นสูงที่บ่งบอกสถานภาพของน้ำในพืช โครงการนี้ซึ่งริเริ่มภายใต้ห้องปฏิบัติการวิจัยร่วมด้านเศรษฐกิจฐานชีวภาพของสวทช.และศูนย์วิจัยจูลิช ได้รับทุนสนับสนุนจากกระทรวงการศึกษาและวิจัย (BMBF) ของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีและสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติของไทย (สวทช.) ภายใต้กรอบโครงการลงทุนร่วมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ – ยุโรปเพื่อการวิจัยและนวัตกรรม สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชมที่เว็บไซต์ https://www.international-bioeconomy.org/irrigation_eng

CASSAVASTORe (การใช้ประโยชน์จากการผันแปรทางพันธุกรรมและฟีโนไทป์ในการพัฒนารากสะสมอาหารของมันสำปะหลังเพื่อปรับปรุงพันธุ์พืชเศรษฐกิจชีวภาพ) คือโครงการความร่วมมือระหว่างสถาบันต่างๆ ในประเทศไทยและเยอรมนี อันประกอบด้วย BIOTEC-NSTDA, NECTEC-NSTDA, มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี,ศูนย์วิจัยพืชไร่ระยอง และสถาบัน Forschungszentrum Jülich (ฟอชุมเซนทลัม จูลิช) ภายใต้โครงการนี้นักวิทยาศาสตร์จะศึกษาสำรวจฟีโนไทป์ จีโนไทป์ และสรีรวิทยาของรากสะสมอาหารของมันสำปะหลังอันจะนำไปสู่การปรับปรุงพันธุ์แบบแม่นยำ โครงการนี้ได้รับทุนสนับสนุนจากกระทรวงการศึกษาและวิจัย (BMBF) ของสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนีและสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติของไทย (สวทช.) สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชมที่เว็บไซต์ https://www.international-bioeconomy.org/cassavastore_eng

โครงการสร้างสมรรถภาพในเศรษฐกิจหมุนเวียน ทรัพยากรและประสิทธิภาพพลังงานเพื่อผลิตภาพและความยั่งยืนของห่วงโซ่มันสำปะหลังสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง: รากมันสำปะหลัง แป้งดิบและก๊าซชีวภาพในประเทศลุ่มแม่น้ำโขง (CCC) มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาความสามารถด้านการแข่งขันของอุตสาหกรรมมันสำปะหลังในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ด้วยการพัฒนาสมรรถภาพของผู้ที่อยู่ในห่วงโซ่การผลิตมันสำปะหลัง นับตั้งแต่เกษตรกรผู้ผลิตมันสำปะหลังไปจนถึงผู้ประกอบการอุตสาหกรรมมันสำปะหลัง การอบรมของ CCC ครอบคลุมเทคโนโลยีต่างๆ ทั้งในระดับต้นทาง (พันธุ์มันสำปะหลังและการบริหารจัดการพืชพันธุ์เพื่อให้ได้ลักษณะมันสำปะหลังตามความต้องการของอุตสาหกรรมแปรรูปมันสำปะหลัง) ระดับกลางทาง (ทรัพยากรและเทคโนโลยีกระบวนการประสิทธิภาพพลังงานสำหรับการผลิตแป้งมันสำปะหลัง) และระดับปลายทาง (การผลิตก๊าซชีวภาพจากของเสีย) โดยคาดว่าจะสามารถฝึกอบรมบุคลากรจำนวน 100 คน ซึ่งเป็นตัวแทนจากภาครัฐและเอกชนในลุ่มแม่น้ำโขง โครงการนี้เป็นความร่วมมือระหว่างระหว่าง BIOTEC-NSTDA และพันธมิตรอื่นๆ ในประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรีและสถาบันพัฒนามันสำปะหลัง โดยส่วนใหญ่แล้วได้รับการสนับสนุนจากกองทุนความร่วมมือแม่โขงและสาธารณรัฐเกาหลี

SAFE-Aqua (การทำฟาร์มอย่างยั่งยืนเพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างมีประสิทธิภาพ) คือโครงการวิจัยความร่วมมือระหว่างประเทศ ซึ่งได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากโครงการวิจัยและนวัตกรรมฮอริซัน 2020 ของสหภาพยุโรป โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอทางออกอย่างเป็นระบบเพื่อแก้ปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกันโรคภัยในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโดยใช้กุ้งเป็นตัวแบบ การทำงานดำเนินการโดยคณะนักวิจัยหลากหลายสาขาจากสถาบันวิจัยชั้นนำระดับโลกในฝรั่งเศสอังกฤษ ไทย และบริษัทเอกชนในสเปน BIOTEC-NSTDA คือหนึ่งในสมาชิกของความร่วมมือด้านการวิจัยในครั้งนี้